คำถามแรกแว่บเข้ามาในหนังศรีษะที่เกรอะไปด้วยเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว
"ห๊ะ... exteen ห้าปี... กูมาสิงอยู่ได้สี่ปีแล้วเหรอว่ะเนี่ย"
...
รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ตัวเองก็แก่ไวเหมือนโกหก และอัพบล๊อคไปไวเหมือนโกหก เขียนบล๊อคมานานเหมือนโกหก และชีวิต... เหมือนโกหก
...
รู้จักไดอารี่ออนไลน์ครั้งแรกคือสตอรี่ไทย เมื่อครั้งอดีตสมัยยังใส่กางเกงขาสั้นไปเรียน ตอนนั้นใช้คอมพิวเตอร์เครื่องแรก ไม่ชำนาญอินเตอร์เน็ต ก็ยังอุตส่าห์ตามกระแสวัยเกรียนยุคปี พ.ศ. '46 เข้าไปสมัครไดอารี่ออนไลน์ ยังจำได้ว่าอัพได้ไปประมาณสองสัปดาห์ กระแสตอบรับของสังคมอินเตอร์เน็ตสมัย '46 มันค่อนข้างดิบเถื่อนมาก ราวกับกูหลุดไปอยู๋เมโสโปเตเมียอะไรประมาณนั้น เขียนเล่าเรื่อง ยังมีคนอุตส่าห์เข้ามาคอมเม้นด่า ว่าไม่ใช่เว็บไว้เล่าเรื่อง ไว้ให้เขียนไดอารี่ แล้วใครใช้ให้คุณอ่านล่ะว่ะครับ ถ้าไม่ชอบก็กดกากบาทสีแดงของ ie ไปสิ(ว่ะ)ครับ
เข้าใจว่าตอนนั้นคงช้ำใจกลับไปเลียบาดแผลทางอินเตอร์เน็ต ก่อนที่จะถูกชักจูงมาเล่น exteen เมื่อปี '48 โดยเพื่อนอ๋อง เริ่มเขียนเอนทรีแรกเมื่อ 18 เมษา 2005 ปัจจุบัน สี่ปี เขียนไปสองร้อยกว่าๆเอนทรี เพราะเขียนมั่งไม่เขียนมั่ง และหลังๆมีกระแส "ฮิไฟว์" ครึ่งค่อนบล๊อคเป็นเอนทรีดาร์คไซด์ ระบายความอัดอั้นตันใจที่มีต่อสัตว์สังคมชั้นสูงที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์ มี fav อยู่สี่คน
หนึ่งคือเพื่อนอ๋อง รายนี้เข้าขั้นเทพ เขียนเอนทรีระดับที่มนุษย์สามัญชนธรรมดามิอาจข้ามพ้นไปถึง มิน่าแม่งถึงเรียนปรัชญาที่ มช. ปัจจุบัน ยังไม่จบ... ติดตามอ่านเอนทรีเทพๆของพี่เค้าได้ครับ
สองคือพี่มุก จำได้ว่าแอด fav ไว้ตั้งแต่เริ่มเล่น ก็สี่ปีได้แล้ว รู้จักใน exteen เพราะพี่เค้าหลงเข้ามาคอมเม้นเอนทรีไหนก็ไม่รู้จำบ่ได้ 555+ เขียนเอนทรีแนวเข้าใจชีวิตเช่นกัน และแปลเพลงเก่งมากๆ ชอบๆ
สาม ไอ้ห่านเอ ปัจจุบัน ปลดระวางจากเอ๊กทีนไปแล้วตามกระแสฟีเวอร์ - -*
สี่พี่ฉาวอำ หลงไปอ่านตอนหาข้อมูล TOEFL พี่เขียนได้เข้าใจชีวิตสัตว์โลกมากๆ
...
สี่ปีผ่านไป exteen ก็ยังคงเป็น exteen เหมือนเดิม ยังไม่ตามกระแสเว็บอื่นๆ มีความขลังของตัวมันเอง ก็ต้องขอบคุณเว็บมาสเตอร์ที่ยังไม่ปล่อยให้ exteen ตายไปตามกระแสเว็บอื่น ก็จะเข้ามาอัพบล๊อคตัวเองต่อไป เอาไว้แต่งงานมีลูกบวชเรียนเมื่อไหร่ จะปริ้นเอาไปให้มันอ่านตั้งแต่เอนทรีแรก แต่คงนานหน่อย เพราะแฟนก็ยังหาไม่ได้เลย 555+ เข้ามาอ่านย้อนๆ แล้วกูก็เกรียนได้ขนาดนี้จริงๆ
...
Terminatopedia
ฉบับย่อเข้าใจง่าย สำหรับผู้ไปดูหนัง Terminator salvation แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ... ไอ้นี่มันคืออะไร มันมายังไง
1. Skynet เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ในอนาคต ยึดครองโลกและทำสงครามกับมนุษย์ โดยในปี 2029 ส่งหุ่น T-800 CSM-101 กลับมายังอดีต เพื่อสังหาร Sarah Connor มารดาผู้ให้กำเนิดผู้นำมนุษย์ John Connor โดยตัว Connor นั้น เมื่อรู้ว่ามีการส่งหุ่นสังหารกลับไปยังอดีตจึงส่ง Kyle Reese กลับไปยังอดีต เพื่อปกป้อง Sarah และกลายมาเป็นพ่อของตัวเอง T-800 ทำภารกิจล้มเหลว Reese เสียชีวิต
2. ภายหลังมนุษย์ชนะสงครามกับ skynet เมื่อปี 2029 เช่นกัน โดย skynet ก็ได้ส่งหุ่น T-1000 กลับมายังอดีตก่อนที่จะแพ้สงคราม เพื่อสังหารคอนเนอร์ โดยที่ T-1000 นั้นเป็นโมลเดลรุ่นใหม่ที่แม้แต่ skynet ยังกลัว เพราะว่าไม่สามารถควบคุมได้สมบูรณ์ แต่จำใจต้องส่งไปเพราะไม่มีทางเลือก (ใน TSCC ซีรีส์ T-1000 อีกตัวกลับมายังอดีต และสร้างโปรแกรมที่เรียกว่า John Henry เพื่อต่อกรกับตัว skynet เอง) เมื่อคอนเนอร์ชนะก็เข้าไปในฐานของ skynet และพบว่ามีห้องหนึ่งซึ่งบรรจุหุ่น T-800 โมเดลต่างๆ รวมทั้งโมเดล CSM (Cyberdyne System Model)-101 ซึ่งก็คือรุ่นอาโนลด์เรียงกันอยู่ และมีตัวนึงหายไปจาก Vault ก็คือตัวที่ถูกส่งกลับมาในภาคแรก คอนเนอร์จึงรีโปรแกรมอีกตัวหนึ่ง และส่งกลับไปช่วยปกป้องตัวเองในหนังภาคสอง
3. Judgement Day หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ถูกยืดระยะเวลาหรือย่นให้สั้นลง เพราะในกฏของ Time paradox ไม่ว่ายังไงจะต้องมีสองสิ่งแน่นอนคือ Reese ถูกส่งกลับมาเป็นพ่อคอนเนอร์และ T-800 ถูกส่งมาฆ่าซาราห์(ภาคแรก) โดยซาก T-800 ในภาคแรกถูกบริษัท Cyberdyne นำไปศึกษา จึงทำให้เกิดการสร้าง Skynet ขึ้นมานั่นเอง
4. หนังภาคสอง บริษัท Cyberdyne โดนระเบิด แต่ทำไมยังเกิด Judgement day เพราะว่าข้อมูลยังอยู่ และถูกกองทัพอากาศสหรัฐซื้อบริษัทไป โดยในฉบับหนังภาคสอง มีฉากที่ถูกตัดคือซาราห์แก่ (คาเมรอนบอกว่าตัดเพราะอนาคตเปลี่ยนแปลงได้) และซาราห์เอาแขน T-800 ไปทิ้ง (แขนอันแรกที่ทิ้งลงบ่อหลอมคือแขน T-800 จากภาคแรก แต่ในหนังภาค 2 ถ้าสังเกตดีๆ แขนของ T-800 ยังหักค้างอยู่ในเฟืองตอนสู้กับ T-1000) ซึ่งในฉบับนิยาย แขนนั้นยังอยู่คาเฟือง และโดนเอาไปศึกษา จึงเป็นที่มาของหนังภาคสาม
5. หนังภาคสาม Cyberdyne ถูกซื้อโดยกองทัพสหรัฐในปี 2003 และ T-850 CSM-101 ถูกส่งมาจากปี 2032 โดย Kate Connor ภรรยาของ จอนห์ โดยตัวที่ส่งกลับมาคือตัวที่ฆ่าจอนห์เองในปี 2032 ในฉากที่ถูกตัดของภาคสาม มีฉากอาโนลด์ซึ่งเป็นมนุษย์ เป็นทหารในกองทัพชื่อ Sgt.Candy เอาตัวเองเป็นต้นแบบให้หุ่น ซึ่งดูจาก Endo แล้วน่าจะเป็น T-800 ตัวต้นแบบ แต่ในเนื้อเรื่องหลัก ถูกตัดเนื้อเรื่องส่วนนี้ทิ้งไป (และมีฉากที่ถ่ายแต่ไม่ได้ถูกเอามาใช้ คือฉากที่พ่อของเคท เห็น T-850 ครั้งแรก แล้วถามว่านายมาอยู่นี่ได้อย่างไร เพราะรู้จักว่าเป็นทหารในกองทัพ) ภายหลัง skynet ถูกกดปุ่มให้ทำงาน และเกิด self-aware ยิงนิวเคลียร์เพื่อทำลายมนุษย์
6. หนังภาคสี่ มีคำถามว่าทำไม skynet ถึงรู้จักคอนเนอร์ และรู้จักรีส เพราะว่ามีข้อมูลจากในอดีตเยอะอยู่แล้ว ตัวซาราห์เองก็เป็นอาชญากร
7. ภาคสี่เริ่มปี 2018 ซึ่งตามจริง T-800 ยังไม่มี T-800 สร้างเสร็จสมบูรณ์ปี 2029 แต่อนาคตถูกเร่งให้เร็วขึ้น
8. Marcus จะถูกประหารในปี 2003 แต่ Dr.Serana ไปขอให้เซนต์บริจาคร่างกาย (อยู่บริษัท cyberdyne) เพื่อนำมาศึกษา เพราะตัวเองเป็นมะเร็งใกล้ตาย แต่จะศึกษาให้ตัวเองมีชีวิตในสภาพหุ่นยนต์ ก่อนที่จะถูกกองทัพซื้อไป และภายหลังก็เกิด judgement day มาคัสถูก activate โดยสกายเน็ตภายหลังในปี 2018
9. Spoil แผลบนหน้าที่จอนห์โดน T-800 ข่วน คือแผลเป็นที่ปรากฏใน John Connor (อนาคต)ในหนังภาคสองและสาม
10. T-800 ทุกตัวไม่ได้เป็นอาโนลด์ แต่รหัส CSM-101 คือรหัสโมลเดลอาโนลด์ ถ้าเป็นรหัสอื่นจะเป็นตัวอื่น ในหนังภาคสามเป็น T-850 รุ่นปรับปรุงให้กันอาวุธพลาสมาได้ (โดน T-X ยิงถึงไม่พัง) ใน TSCC ซีรีส์ คือรุ่น T-888
11. ทำไมถึงกลัวซีรีส์ 800 เพราะว่ามีรูปร่างเป็นมนุษย์สมบูรณ์ แยกไม่ออกเหมือนกับรุ่น T-600 ที่เป็น rubber skin อย่างที่รีสพูดไว้ในภาคแรกว่าแยกไม่ออกว่าเป็นคนหรือหุ่น
12. จริงๆ ในหนังภาค 4 T-800 มีชื่อว่า T-RIP (Resistant Infiltrator Prototype) มีลักษณะ endo ต่างกับ T-800 เล็กน้อย
13. สปอยสุดท้าย อาโนลด์ในหนังภาค 4 ได้อนุมัติให้ใช้ CG ได้ก่อนหนังฉายเดือนเดียว เพราะต้องเอา CG ไปให้อาโนลด์ดูก่อนว่าผ่านหรือไม่ ถ้าไม่ผ่าน McG จะให้ฉากนั้นคอนเนอร์ยิงระเบิดหน้าของ T-800 = ='